เข้าสู่ระบบ
ยังไม่มีบัญชีผู้ใช้งาน? สมัครเลย!
“พระสุเมธีวรคุณ นิบุณศิริเขตต์ ชลประเวส สังฆวาหะ” “ยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ทหารญี่ปุ่นทิ้งระเบิดลงกลางโบสถ์ ทามกลางชาวบ้านนับร้อยที่เข้ามาอาศัยหลบภัยสงครามภายในโบสถ์ ระเบิดที่ตกลงมาลูกแล้วลูกเล่า ไม่มีการระเบิดขึ้นสักลูก” นี่คือเรื่องบอกเล่าต่อๆกันมา จากชาวบ้าน อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ (เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล) หลวงพ่อเปี่ยม เกิดวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ 2426 เป็นเจ้าอาวาสและราชาคณะประจำที่วัดเกาะหลัก อ.เมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ 2473 จากการเป็นที่เคารพ และศัทธาของชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงมีเรื่องเล่าปาฎิหาริย์ของหลวงพ่อเปี่ยม จากคำบอกเล่าชาวชุมชน หัวบ้าน ต.เกาะหลัก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้บอกต่อๆกันมาว่า ในช่วงยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่ ต.เกาะหลัก อ.เมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชาวบ้านละแวกนั้นได้หนีภัยสงครามเข้าไปหลบในโบสถ์ของหลวงพ่อเปี่ยมในขณะที่ทหารอากาศกองบิน 53 และทหารญี่ปุ่นปะทะกันอย่างดุเดือดนั้น ช่วงคณะนึงมีเสียงวัตถุตกลงมาจากหลังคาโบสถ์ ทามกลางชาวบ้านภายในโบสถ์ ติดต่อกันเป็นหลายครั้ง และสิ่งที่ตกลงมานั้นคือ วัตถุระเบิดของพวกทหารญี่ปุ่น ด้วยความโชคดีหรือ บุญบารมีของหลวงพ่อเปี่ยมแต่อย่างใด ได้เกิดปาฎิหาริย์คือ ระเบิดที่ตกลงมาเหล่านั้น กับไม่ระเบิด หรือไม่ทำงานเรยแม้แต่ลูกเดียว เสียงเฮลั่นของชาวบ้านก็ดังทั่วทั้งโบสถ์ของหลวงพ่อเปี่ยม ตั้งแต่นั้นมาจึงทำให้ชาวบ้านศัทธาในตัวหลวงพ่อเปี่ยมมากขึ้น จากอดีตจนถึงปัจจุบัน และยังมีวัตถุมงคลของหลวงพ่อเปี่ยม ที่จัดสร้างช่วงเวลานั้น คือ เหรียญรูปเหมือนของหลวงพ่อเปี่ยม ชาวบ้านและทหารที่มีไว้ครอบครอง จากคำบอกเล่า ทุกคนที่มีเหรียญหลวงพ่อเปี่ยมติดตัวไว้ ปลอดภัยจากเหตุการณ์สงครามทุกคน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล เหรียญของหลวงพ่อเปี่ยมที่กล่าวมานั้นจัดสร้างเป็นเหรียญรุ่นแรก เหรียญเนื้อเงิน และเนื้อทองแดงรมดำ สร้างในปี พ.ศ 2480 เป็นที่ระลึกในพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ เป็นเหรียญรูปเหมือนหลวงพ่อเปี่ยม ทรงเหรียญเสมา เหรียญเจาะคล้อง บนเหรียญด้านบนพิมพ์คำว่า “สุเมธีวรคุณ” ด้านล่างพิมพ์คำว่า “ประจวบคีรีขันธ์ ๒๔๘๐” ปัจจุบันหายากมาก ราคาเช่าบูชาค่อนข้างสูง เป็นที่ต้องการของนักสะสม และบรรดาเซียนพระ ด้วยพุทธคุณที่เด่นชัด คือ ปกปัดภัยอันตราย แคล้วคลาด เมตรตามหานิยม ผู้ที่อยากหาไว้ครอบครอง ควรตรวจสอบเนื้อเหรียญ และรูปลักษณ์อักษรให้แน่ชัดทั้งด้านหน้าเหรียญ และด้านหลังเหรียญ จากข้อมูล เหรียญหลวงพ่อเปี่ยม มีบางกลุ่มคน ออกเลียนแบบมาเป็รจำนวนค่อนข้างมาก การดูว่าเป็นของจริงหรือเลียนแบบนั้น เป็นความสามารถของแต่ละบุคคล ควรขอคำแนะนำจากสมาคมพระเครื่อง ขอบคุณแหล่งข้อมูล; wep-pra.com ขอบคุณภาพ ; google.com
กีฬาที่หน้าสนใจในฤดูร้อน ในเดือนเมษานี้เราจะมาแนาะนำกีฬาที่สายกิจกรรมกลางแจ้งหรือสายแอดเวนเจอร์ ต้องรู้จักคือ“กระดานยืนพาย” หรือที่เรียกกันว่า “SUP Board” ย่อมาจาก “Stand Up Paddle Board” บางคนอาจเรียกสั้นๆ ว่า “SUP” ถึงแม้ในต่างประเทศกีฬาชนิดนี้มีมานานพอสมควรแล้ว แต่ในบ้านเรา “SUP Board” ยังถือว่าค่อนข้างใหม่ และเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาแรงมา จนหลายคนจากแค่เห็นก็เริ่มอยากลองเล่น แต่ก่อนจะไปเล่น มารู้จัก “SUP” กันก่อน โดยเริ่มเล่นกันครั้งแรกช่วงปี 1960 ในประเทศแถบพอลินีเชีย (Polynesia) เป็นภูมิภาคที่อยู่ในเขตโอเชียเนีย แถบนั้นประกอบด้วยประเทศนิวซีแลนด์, ซามัว, ตองงา, ตูวาลู และมีรัฐฮาวายของสหรัฐอเมริการวมอยู่ด้วย จะเรียกว่ากีฬานี้เกิดขึ้นแถบฮาวายก็ไม่ผิดนัก “SUP” พัฒนามาจากกระดานโต้คลื่น (Surf Board) ในยุคแรกนั้นพวกบีชบอยในไวกีกิ (Waikiki) จะนำเซิร์ฟบอร์ดแบบ Long Board มาใช้ไม้พายออกจากหาดเพื่อไปถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวที่มาเรียนเซิร์ฟ ด้วยความที่ “SUP” มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ไม่ต้องอาศัยคลื่นเพื่อเล่น และเล่นได้ในแหล่งน้ำทุกแห่ง “SUP Board” จึงค่อยๆ ได้รับความนิยมและพัฒนาจนเป็นกีฬาแขนงหนึ่ง สำหรับประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจะเป็นแถบยุโรปกับอเมริกา และกำลังมาแรงในหลายประเทศเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น, ไทย เป็นต้น การเข้ามาของ “SUP Board” อย่างจริงๆ จังๆ นับย้อนได้ราว 5 ปี ที่ผ่านมา ไม่รวมการที่ฝรั่งขนเข้ามาพายเล่นเองซึ่งน่าจะนานกว่านั้นมาก แต่ก็ยังไม่มีใครสนใจเท่าไรนัก แม้เป็นจุดเริ่มต้นที่ยังไม่หวือหวา นักมีคนจำนวนหนึ่งเริ่มจากอยากลองอยากเล่นจึงนำเข้ามาอย่างงูๆ ปลาๆ “SUP Board” จะแบ่งอย่างกว้างๆ ตามรูปแบบได้ 2 อย่าง คือ บอร์ดสูบลม (Inflatables SUP Board) กับบอร์ดแข็ง (Hard Board) ซึ่งในบอร์ดสูบลมก็จะแยกย่อยไปอีกในเรื่องเทคโนโลยี คือ แบบห้องลมเดี่ยว (Single Chambers) กับแบบสองห้องลม (Double Chambers) แตกต่างที่สองห้องลมจะแข็งแรงกว่า (บอร์ดแอ่นตัวน้อย พายได้ดีกว่า) และ ปลอดภัยกว่า (หากห้องลมหนึ่งรั่ว ยังมีอีกห้องลมให้ประคองกลับฝั่งได้) แต่ถ้าแยกประเภทบอร์ดตามการใช้งาน จะแบ่งได้อีกหลายประเภทหลักๆ ดังนี้ 1. All-roundเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ลักษณะโดยทั่วไปคือ หัวและท้ายจะโค้งมนเหมือนกัน บอร์ดกว้าง หนา ทำให้ยืนได้มั่นคง จะพายในน้ำนิ่งก็ได้ พายน้ำมีคลื่นก็ดี แต่จะทำความเร็วได้มาก จึงเหมาะกับสายชิล หรือพายท่องเที่ยว 2. Touring เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหรือต้องการใช้พายนานๆ หรือทางไกล ลักษณะของบอร์ดประเภท Touring คือ จะมีหัวแหลม ท้ายตัด แต่ยังมีขนาดที่ค่อนข้างกว้าง เพื่อให้ยืนได้มั่นคง ทำความเร็วได้ดี เนื่องจากต้องทำระยะทางให้ได้มาก และรับน้ำหนักได้เยอะ เพราะอาจบรรทุกสัมภาระบน SUP Board ด้วย 3. Race เหมาะสำหรับนักกีฬาหรือต้องการทำความเร็วมากๆ ลักษณะของบอร์ดคือหัวแหลม ท้ายตัด บอร์ดจะแคบกว่าประเภทอื่นๆ เพื่อลดแรงต้าน ด้วยความแคบนี้ทำให้อาจไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ เพราะจะยืนทรงตัวได้ยากกว่า และส่วนมากจะมีความยาวประมาณ 12 – 14 ฟุต 4. Surf SUP เหมาะสำหรับนักกีฬาที่ต้องการเล่นทั้ง SUP และ Surf ลักษณะโดยทั่วไปจะคล้ายบอร์ด All-round แต่หัวและท้ายจะเรียวกว่า มีปลายบอร์ดที่โค้งงอนขึ้นมากกว่า (Rocker) และจะแคบกว่า จึงทรงตัวยากกว่า ทว่านำไปใช้โต้คลื่นได้ค่อนข้างดี นอกจากนี้ “SUP Board” ยังถูกนำมาใช้งานเพื่อสันทนาการและกีฬาหลายแบบ เช่น ใช้ประกอบการเล่นโยคะ, การพายเป็นหมู่คณะบนบอร์ดขนาดใหญ่พิเศษ หรือการพาสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขไปท่องโลกกว้างด้วยกัน เป็นต้นส่วนการเตรียมตัวแทบไม่มีอะไรมากนอกจากเตรียมตัวเปียกน้ำ แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องตกน้ำ แค่การตกน้ำคือเรื่องปกติของกีฬานี้ เมื่อเตรียมตัวเตรียมใจจะสัมผัสความความสนุกและความเย็นฉ่ำของสายน้ำแล้วมาดูที่อุปกรณ์จำเป็นกัน - หางเสือ (Fin) เป็นอุปกรณ์ที่ติดตรงท้ายบอร์ด ส่วนมากจะมี 1 ใบ แต่ในบอร์ดบางชนิดจะมีมากกว่านั้น ฟินมีไว้เพื่อช่วยให้พายได้ตรง ควบคุมทิศทางได้ดี เป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญมาก หากไม่มีฟินบอร์ดจะเลี้ยวไปเลี้ยวมา ควบคุมไม่ได้ - สายรัดขา (Coil Leash) เป็นหนึ่งในอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยที่ไม่ควรลืม ใช้รัดบริเวณข้อเท้าหรือใต้เข่า (บางรุ่นรัดที่เอว) แล้วอีกด้านหนึ่งจะรัดที่บอร์ด กรณีตกน้ำ บอร์ดจะไม่ถูกน้ำพัดไปไกลจากผู้พาย ทำให้ดึงบอร์ดกลับมาเพื่อกลับขึ้นบอร์ดได้ง่ายขึ้น - ไม้พาย (Paddle) เป็นพายใบเดียว ลักษณะของใบพายจะแตกต่างจากพายของเรืออื่นๆ คือ ด้ามยาว และองศาใบพายจะเอียงไปด้านหน้า การพายที่ถูกต้องจะต้องหันใบพายที่เอียงไปด้านหน้า ส่วนความยาวของด้ามปรับตามความสูงของผู้พาย เบื้องต้นวัดให้มากกว่าส่วนสูงประมาณหนึ่งคืบ - อุปกรณ์อื่นๆ เช่น เสื้อชูชีพ, อุปกรณ์กันแดด ฯลฯ แล้วแต่ความพอใจส่วนตัว
#ยื่นทุนเดอะซีรีส์กับกรัมปี้แบร์ EP.15 ทุนรัฐบาลเกาหลี 2022 มาแล้ว!!! ไขข้อสงสัย สรุปให้เข้าใจง่ายกับรายละเอียดของประเทศไทย สวัสดีค่ะทุกคนนนนน เราหายไปนานนมากกกเลยเพราะว่ามีสอบมิดเทอม วันนี้กรัมปี้แบร์กลับมาพร้อมกับรายละเอียดจากไกดไลน์ของ GKS2022 ที่ออกมาเมื่อวันที่ 14 ที่ผ่านมา ก็คือมีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก ๆ ถ้าเทียบกับปีที่แล้วหรือปีก่อน ๆ แค่นั้นยังไม่หมด ทางสถานทูตไทยก็มีรายละเอียดพิเศษที่ออกมาเพื่อเด็กไทยที่จะยื่นผ่านทรคสถานทูตในปีนี้ด้วยนะคะ วันนี้เราจะมาสรุปให้ฟังว่ามีอะไรกันบ้าง เพื่อให้เพื่อน ๆ เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น การส่งเอกสารไปที่สถานทูต สำหรับปีนี้เนื่องจากสถานการณืโควิดทำให้การรับรองเอกสารราชการจากกงสุลอาจใช้เวลานาน บวกกับเดดไลน์ที่เค้ากำหนดนั้นเร็วมาก ๆ ทำให้ทางไทยต้องมีรายละเอียดพิเศษเพิ่มเติมจากที่ทางทุนกำหนดมานะคะ 1.ฟอร์ม1-6 ส่งเป็นตัวจริงมา 1 ชุด ตัวจดหมายแนะนำให้ใส่ซองมาเลย 4 ฉบับพร้อมตัวฟอร์ม 4 2.เอกสารราชการอย่างใบเกรด ใบคาดว่าจะจบ สูติบัตรหรือทะเบียนบ้าน ยังไม่ต้องรับรองในการส่งเอกสารรอบแรก ให้ถ่ายสำเนาส่งไปอย่างละ 1 ฉบับ 3.เก็บเอกสารราชการที่เป็นตัวจริงไปรับรองกับกงสุลหลังจากส่งเอกสารรอบแรกเสร็จแล้ว (เค้าแนะนำให้ไปรับรองกงสุลไว้เผื่อว่าเราผ่านรอบต่อไปจะได้ไม่ต้องใช้เวลารอเอกสารนานค่ะ) 4.ผู้ที่ผ่านรอบเอกสาร ให้นำเอกสารราชการที่รับรองโดยกงสุลแล้วไปประทับตราที่สถานทูตเกาหลี หลังจากนั้นถ่ายสำเนาอีก 3 ชุดส่งไปพร้อมกับต้นฉบับ (ก็คือต้องส่งไปเพิ่ม ตัวจริง1ชุด สำเนา3ชุด) 5.ฟอร์ม1-6 ไม่จำเป็นต้องส่งอีก (กรณีที่ผ่านรอบเอกสาร) 6.กรณีที่มหาลัยที่เลือกมีขอเอกสารเพิ่มให้ส่งไปที่มหาลัยโดยตรง (เฉพาะผู้ที่ผ่านรอบเอกสาร) รายละเอียดของไทยที่มีเพิ่มมาก็จะตามนี้เลยค่า ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ก็จะตามไกด์ไลน์ของทางทุนเลย สามารถเข้าไปอ่านอย่างละเอียดได้ที่เพจ Study in Korea ในเฟซบุ๊คได้เลยค่ะ เป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ที่กำลังเตรียมเอกสารเพื่อยื่นทุนอยู่นะคะ ช่วงนี้ก็จะหัวหมุนหน่อย ๆ (จริง ๆ ก็ไม่หน่อย) ปีนี้ไกด์ไลน์ออกช้าแล้วเดดไลน์ก็เร็วขึ้นด้วย ทำให้อาจจะกะทันหันกับรายละเอียดบางส่วน ขอให้เพื่อน ๆ ผ่านไปได้ด้วยดีและสมหวังกันทุกคนนะคะ อีพีหน้าเราจะพาไปดูการรับรองเอกสารที่ MRT คลองเตยกันว่ามีขั้นตอนยังไงบ้าง เผื่อเพื่อน ๆ ที่ต้องการไปรับรองจะได้รู้แนวทางกัน ฝากติดตามด้วยนะคะ #ทุนGKS #ทุนรัฐบาลเกาหลี #ทุนเกาหลี
“เหล่าเด็กหนุ่มผู้เปลี่ยนประวัติศาสตร์” คลาสออฟ 92 คือชื่อเรียกขานของบรรดาเด็กหนุ่ม 6 คนที่เป็นผลผลิตจากศูนย์เยาวชนฝึกหัดของทีมปิศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การปลุกปั้นของบรมกุนซือเลือดสก็อตจอมโหด เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ผู้ที่ได้ถือว่าเข้ามาเปลี่ยนแปลงประวัติศาสต์วงการฟุตบอลอังกฤษ และสร้างความทรงจำให้จำไม่ลืม ในโลกของฟุตบอลปี 1990 หากจะให้นึกถึงอะคาเดมี่ที่สร้างสรรค์นักฟุตบอลฝีเท้าดีสู่ตลาดโลกหลายคนคงจะไปนึกถึง อาแจ๊กซ์ อัมสเตอดัม หรือที่ศูนย์ฝีกลาเมเซียของเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า ซึ่งผลงานการผลิตนักเตะของทีมที่กล่าวมานั้นก็ออกมาเป็นที่ประจักษ์สมคำร่ำลือ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่สโมสรจะสามารถผลิตเด็กหนุ่มให้ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ ตามปกติสโมสรหลาย ๆ แห่งก็ต้องทำแบบนั้น แต่สิ่งที่เซอร์เอล็กทำที่โรงละครแห่งความฝัน มันมหัศจรรย์เกินกว่าที่ทุกคนจะนึกคิดได้ ด้วยการผลิตนักเตะเยาวชนฝีเท้าเยี่ยมขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้ถึง 6 คน ได้แก่ ไรอัน กิ๊กส์, แกรี่ เนวิลล์, เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลส์, นิคกี้ บัตต์ และ ฟิล เนวิลล์ “คลาสออฟ 92” ชื่อนี้เป็นที่รู้จักเพราะประโยคที่ออกจากปากของ อลัน เฮนเซ่น นักเตะเก่าของลิเวอร์พูลคู่แค้นที่ได้วิจารณ์การทำทีมของท่านเซอร์ไว้ว่า “คุณไม่มีทางชนะได้ด้วยเด็กเหล่านี้หรอก” หลังจากในตอนนั้นเขาตัดสินใจปล่อยนักเตะดาวดังอย่าง อังเดร แคนเชลสกี้ส์, มาร์ค ฮิวจ์ส และ พอล อินซ์ ออกจากทีม เพื่อต้องการจะดันเหล่าเด็ก ๆ ให้ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ แต่กลับพ่ายแพ้ให้เวสต์แฮม ยูไนเต็ดในนัดเปิดสนามฤดูกาล 1995/96 แต่สุดท้ายคำพูดที่อลัน เฮนเซ่น วิจารณ์ไว้ได้กลับมาเข้าตัวของเขาเองในเมื่อปีเดียวกันนั้น เหล่าเด็ก ๆ ที่ท่านเซอร์ปลุกปั้นช่วยกันพาทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าดับเบิ้ลแชมป์ทั้งถ้วยพรีเมียร์ลีกและเอฟ เอ คัพ มาครองได้สำเร็จ นั่นจึงเป้นที่มาของนักเตะที่ถูกเรียกว่า “คลาสออฟ 92” ไรอัน กิ๊กส์ คือนักเตะคนแรกที่ก้าวขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ด้วยวัย 17 ปี โดยได้รับการลงสนามอย่างต่อเนื่อง ลีลาการกระชากลากเลื้อยทางกราบซ้ายด้วยความเร็ว ทำให้เขาได้รับฉายาว่า ปีกพ่อมด และมีส่วนร่วมกับแชมป์ทุกถ้วยของทีมปิศาจแดงจนแขวนสตั๊ดกลายเป็น One Man Club ของทีม ต่อมา แกรี่ เนวิลล์, นิกกี้ บัตต์, และเดวิด เบ็คแฮม ก็ได้รับโอกาสเป็นลำดับถัดมาในปี 1992 โดยแกรี่ เนวิลล์ เป็นคนที่ได้รับโอกาสให้ขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ก่อนใครเพื่อนในตำแหน่งกราบขวาด้วยลักษณะการเล่นที่มีความดุดัน และมีระเบียบวินัยสูง ต่อมาก็นเป็น นิคกี้ บัตต์ ที่ได้รับอกาสหลังจากเป็นอะไหล่ของทีมอยู่สักพักและเมื่อได้โอกาสจากป๋าเฟอร์กี้ บัตต์เองก็สามารถแจ้งเกิดได้ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับได้อย่างรวดเร็ว และมีส่วนร่วมในการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ของทีมอีกด้วย รายสุดท้ายของชุดนี้คือเจ้าของฉายา นักเตะเท้าชั่งทอง หลังจากถูกปล่อยยืม เดวิด เบ็คแฮม ก็ได้รับโอกาสรับผิดชอบกราบขวาในปี 1994/95 ลูกยิงอันเป็นเอกลักษณ์และวิธีการวางบอลยาวสุดแม่นยำ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่น่าจับตามองที่สุดในยุคนั้น ในฉากสุดท้ายมีเพียงแกรี่ เนวิลล์ ที่แขวนสตั๊ดกับทีมเป็น One Man Club ตามไรอัน กิ๊กส์ ไป ส่วน 2 รายหลัง บัตต์ เองย้ายไปหาความท้ายทายที่ นิวคาสเซิ่ล แต่ในด้านของ เดวิด เบ็คแฮม นั้นจบไม่สวยสักเท่าใหร่ก่อนจะย้ายไปที่เรอัล มาดริด ในปี 2003/04 คิวต่อมาเป็น เจ้าหนุ่มผมแดงเพลิง ผู้พูดน้อยแต่มีลูกยิงที่หนักหน่วง พอล สโคลส์ เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นกองกลางอัจฉริยะของทีมลักษณะเด่นคือลูกยิงไกล และมีวิสัยทัศน์ในการอ่านเกมจากแดนกลาง เป็นกำลังหลักของทีม ถึงขั้นที่ประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้วก็ยังถูกป๋าเรียกกลับมาให้ช่วยทีมอีกรอบและ พอล สโคลส์ ก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เป็น One Man Club ลงเล่นให้กับปิศาจแดงแค่ทีมเดียว คนสุดท้ายในกลุ่ม “คลาสออฟ 92”นี้ คือ ฟิล เนวิลล์ แม้ด้านชื่อเสียงจะไม่โดดเด่นเท่าพี่ชาย แต่ความสามารถของเขานั้นสารพัดประโยชน์ เล่นได้ทั้งกองกลางและกองหลัง แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็ย้ายออกจากโรงละครแห่งความฝัน ไปหาโอกาสลงเล่นสม่ำเสมอที่ เอฟเวอร์ตัน และประสบความสำเร็จที่นั่น เรื่องราวทั้งหมดนี้ล้วนเกิดมาจากความพยายามและความคิดอยากจะผลักดันดาวรุ่งของยอดคนอย่าเซอร์อล็กซ์ เฟอร์กูสัน จากเด็กฝึกหัดในทีมเยาวชน พวกเขากลายมาเป็นเด็กหนุ่มที่ก้าวขึ้นมาเปลี่ยนประวัติศาสต์ไม่ใช่แค่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนี้เพียงอย่างดียว แต่ยังรวมไปถึงประวัติศาสต์ในโลกฟุตบอลอีกด้วย “คลาสออฟ 92” จึงกลายเป็นความภาคภูมิใจและความทรงจำที่มีคุณค่ายากจะลืมเลือนของสาวกปิศาจแดงตลอดกาล. แหล่งข้อมูลอ้างอิง : https://lnwmanu.com/class-of-92/
CEO Talk Ep.07 - แบงค์พัน อยู่ที่ไหน ก็คือแบงค์พัน Podcast จาก CEO Ziwilize โดนแบงค์พันปาใส่หน้า ทำไมเราไม่โกรธ คอมเมนต์ได้ครับ เพื่อน้อมรับและนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไป รอฟังรายการอื่นๆของ Ziwilize กันด้วยนะครับ #Ziwilize
CEO Talk EP.01 - หัดเขียนกอไก่ในแบบของเราเอง Podcast แท้ๆ ที่มีแต่เสียงอย่างเดียว ลองเปิดใจรับฟังกันเพลินๆนะครับ คอมเมนต์ได้ครับ เพื่อน้อมรับและนำไปปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไป รอฟังรายการอื่นๆของ Ziwilize กันด้วยนะครับ #Ziwilize
เวทีต้องลุกเป็นไฟ.. เมื่อเจอเจ๊หวี​ Ziwilize​
เฟียต พีร์นิธิ ศิลปินฝึกหัดจาก Ziwilize.tv มือกีต้าร์โซโล่ ที่มาพร้อมความสามารถอันหลากหลาย นอกจากเป็นศิลปินแล้ว ยังมีอีกภาคหนึ่งเป็น เจ้าหน้าที่เทคนิคภาพและเสียง ประจำ Ziwilie.tv อีกด้วย เขามีความฝันที่จะแต่งเพลง ที่จะให้มวลมนุษย์ ได้หยุดรับฟัง ใช้ดนตรีเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดี #ZiwilizeTV #ต่อเติมฝันแบ่งปันแรงบันดาลใจ